FAQs

FAQs (Frequently Asked Questions)
คำถามที่ถูกถามบ่อยๆ

Q: How does the Kindle's wireless work? Can I use my home / office WiFi with the Kindle?
A: Depending on models, the Kindle uses either 3G or WiFi wireless to connect to it's network service (called Whispernet). For WiFi-enabled Kindles, you can connect via your home or office wireless network. 3G-enabled Kindles utilize either 3G or EDGE/GPRS cellular network for wireless connection.

Q: ระบบ Wireless ของ Kindle ทำงานอย่างไร?
A: คินเดิล ใช้เครือข่ายข้อมูล 3G/EDGE/GPRS หรือ WiFi (เน็ตบ้าน-เน็ตออฟฟิศ) แล้วแต่คุณสมบัติของแต่ละรุ่น สำหรับ Kindle ที่มีระบบWiFi ท่านสามารถเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตไร้สายของบ้านหรือที่ทำงานได้ และสำหรับ Kindle ที่มีฟังก์ชั่น 3G ตัวเครื่องจะเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายเซลลูล่าร์ 3G หรือ EDGE/GPRS ขึ้นอยู่กับพื้นที่การใช้งานในขณะนั้น

Q: What is Whispernet? Can I use Whispernet in Thailand?

A: Whispernet is Amazon’s wireless service that enables Kindle owners to wirelessly browse, buy, and download books on Amazon’s Kindle Store to their Kindle without having to use a computer. Whispernet can now be used in Thailand, along with 100+ countries around the world.

WhisperNet services varies from country to country. Check out Whispernet coverage map for each continent here:
http://ireaderreview.com/2009/10/07/kindle-international-wireless-covera...

BlogKindle has also compiled a table that detailes information of Whispernet services and average book prices in each country.
http://blogkindle.com/2009/10/international-release-of-kindle-2/

You'll have to own Global Wireless versions of the Kindles in order to access WhispereNet outside of the U.S. Global Wireless Kindles are Kindle2s shipped after November 10, 2009 with serial number starting with B003 (Kindle2s), B006 (Kindle3-WiFi+3G) and B008 (Kindle3-WiFi only) and Kindle DXs shipped after January 19, 2010 with serial number starting with B005 & B009.

Available WhisperNet services varies from country to country. Full features include Kindle Store, Wikipedia, Web browsing, Subscription, and Blogs. Thailand is one of the countries that enjoys Whispernet full capability except for blogs.

Q: Whispernet คืออะไร ใช้งาน Whispernet ในประเทศไทยได้หรือไม่?
A: Whispernet คือบริการ wireless ของ Amazon ที่ทำให้เจ้าของเครื่องคินเดิล สามารถซื้อหนังสือ ดาวน์โหลดตัวอย่างหนังสือ และใช้เว็บบราวเซอร์ได้โดยตรงจากเครื่องคินเดิล บริการ Whispernet สามารถใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบแล้วในประเทศไทย

Q: Do I have to sign up with local phone carriers in order to use WhisperNet? Will I be charged for data access?
A: No, WhisperNet is mainly a free service. There'll be no charge if you browse and download book samples from the Kindle Store or access websites via the Kindle's built-in web browser. Amazon's book price varies from country to country and the price is inclusive of wireless delivery.

You won't need to sign up or even be aware of which wireless carriers you are currently using. Amazon, AT&T, and your local carriers will take care of that. The only time you'll be charged is when you send personal documents to the Kindle via 3G network using the 'yourname@kindle.com' email address. In such case, you'll be charged $0.99 per megabyte.
See more details here: http://www.amazon.com/gp/help/customer/display.html?nodeId=200505520&

Q: ฉันต้องทำสัญญากับเครือขายโทรศัพท์มือถือหรือไม่ เพื่อที่จะมีสิทธิ์ใช้งาน wireless บนเครื่องคินเดิล และมีการเรียกเก็บค่าใช้งาน wireless ผ่านเครือข่าย 3G หรือไม่?
A: ไม่ต้องทำสัญญาใดๆกับเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ และการใช้งาน wireless บนเครื่องคินเดิล ส่วนใหญ่เป็นบริการฟรี ยกเว้นการอีเมล์เอกสารผ่านเครือข่าย 3G ไปยังเครื่อง Kindle โดยใช้ที่อยู่ 'yourname@kindle.com' ในกรณีนี้จะมีการชาร์จค่าบริการ $0.99 ต่อ 1 เมกกะไบต์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

Q: Do I have to purchase a SIM Card to use the Kindle's 3G Wireless?
A: No, 3G-enabled Kindles comes with SIM built-in

Q: ต้องมี SIM Card เพื่อใช้ฟังก์ชั่น Wireless ของ Kindle หรือไม่?
A: ไม่ต้อง เพราะ Kindle ที่มี  3G wireless ทุกเครื่องมี SIM Card อยู่ในเครื่องอยู่แล้ว

Q: Do I have to pay extra cost for wireless delivery of my books?
A: No, the digital books you purchase from Amazon will cost you the same regardless of delivery method. However, book prices vary from country to country. Average ook prices in the U.S. are usually lower then in other countries

Q: ฉันจะถูกคิดค่าบริการเพิ่มหรือไม่ ในกรณีที่ต้องการรับหนังสือที่ซื้อจาก Amazon ผ่านระบบไวร์เลส?
A: ไม่ถูกคิดค่าบริการเพิ่ม ราคาหนังสือเป็นราคาเดียวกัน ไม่ว่าท่านจะเลือกรับหนังสือโดยวิธีใด (ดาวน์โหลดผ่านคอมพิวเตอร์ หรือส่งผ่านระบบไวร์เลสไปสู่เครื่องคินเดิลโดยตรง) อย่างไรก็ตาม ราคาหนังสือในแต่ละประเทศอาจไม่เท่ากัน ราคาหนังสือโดยเฉลี่ยในประเทศอเมริกาจะต่ำกว่าในประเทศอื่นๆเล็กน้อย

Q: Which Kindles can display PDF?
A: All Kindle models (except the original Kindle1) running firmware 2.3.x and newer natively support PDFs. However, if you intended to use the Kindle mainly for displaying PDFs, we'd recommend the Kindle DX because it's much larger screen area.

Q: คินเดิลรุ่นใดบ้างที่สามารถเปิดไฟล์ PDF ได้?
A: คินเดิลทุกรุ่น (ยกเว้น Kindle1) ที่ติดตั้งซอฟท์แวร์ตั้งแต่ 2.3.x ขึ้นไป สามารถเปิดเอกสาร PDF ได้ อย่างไรก็ตาม หากต้องการใช้เอกสาร PDF เป็นหลัก ขอแนะนำให้เลือก Kindle DX เนื่องจากขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่า จึงทำให้การแสดงผลเอกสาร PDF ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะมีการจัดหน้ากระดาษที่ซับซ้อนและมีภาพประกอบ ทำได้ดีกว่่า

Q: ในกรณีเครื่องชำรุดและยังอยู่ในประกัน จะทำการเคลมสินค้ากับทาง Amazon อย่างไร?
A: ให้ทำตามขั้นตอนในลิงค์นี้ : http://www.read.in.th/replacement-TH

Q: เทคโนโลยี e-Ink คืออะไรแล้วมันดีว่าเทคโนโลยีอื่นๆอย่างไร
A: e-Ink เป็นเทคโนโลยีกระดาษอิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่ง (e-paper) ที่มีวัตถุประสงค์คือเลียนแบบหมึกบนกระดาษ
สิ่งที่แตกต่างจากเทคโนโลยีการแสดงผลจอแบนทั่วๆไป คือตัวอุปกรณ์ไม่มี back-light ไม่ฉายแสงออกมา ที่อาจจะทำให้สายตาเมื่อยล้าจากการจ้องอ่านนานๆ แต่เหมือนกับกระดาษทั่วไปคือ มันสะท้อนแสง อีกทั้งจอภาพยังคงข้อความหรือรูปภาพได้โดยที่ไม่ต้องการกระแสไฟฟ้าหล่อ เลี้ยง แล้วจะใช้ไฟฟ้าก็ต่อเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรูปภาพหรือตัวอักษรเท่านั้น

ในด้านการใช้งาน e-paper มีข้อดี ตรงที่ไม่มีแสงแยงตาผู้อ่าน ทำให้สบายตา เหมาะสมในการอ่านเป็นเวลานานๆ และสามารถอ่านได้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง อีกทั้งตัวจอภาพในการใช้งานที่กินไฟฟ้าน้อยกว่าจอ LCD มาก ทำให้อุปกรณ์ที่ใช้จอนี้อยู่ได้นาน

แต่ก็ใช่จะไม่มีข้อด้อยของ e-paper เสียเลย อันที่จริง e-paper ไม่เหมาะสมในการอ่านในที่มืดๆเพราะตัวมันต้องการแสดงจากภายนอกในการอ่าน (เหมือนหนังสือเล่มๆ) ไม่เช่นนั้นจะมองไม่เห็น, e-paper ปัจจุบันยังมีอัตราการรีเฟรชที่ต่ำ (ประมาณหนึ่งวินาทีแสดงได้แค่ 1 ถึง 4 ภาพเท่านั้น) ทำให้ไม่เหมาะสมกับการแสดงภาพเคลื่อนไหว รวมถึง เรื่องภาพเงา (Ghosting image: การที่เห็นภาพเก่าเป็นเงาลางๆซ้อนทับกับภาพใหม่) ที่ข้อจำกัดของเทคโนโลยี ทำให้เวลาเปลี่ยนภาพจะต้องถมจอเป็นสีดำแล้วขาวก่อนจึงจะวาดภาพใหม่ลงไป ทำให้ผู้อ่านอาจจะรู้สึกเหมือนจอกระพริบ

Q: ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการต่อ Internet หรือไม่?
A: สั้นๆ ไม่เสียเงินเป็นรายชั่วโมง หรือรายเดือนแต่อย่างใดครับ

คินเดิลรุ่น 3 และรุ่นที่ 2 แบบ Global/International นั้นที่สามารถเชื่อมต่อผ่านระบบ 3G/EDGE/GPRS ได้ฟรีไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเติม เพราะอเมซอนทำสัญญาโรมมิ่งทั่วโลกเอาไว้

แต่ถึงแม้คุณจะได้เชื่อมต่อแบบ 3G ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะได้ใช้งานที่ความเร็วสูง เพราะอเมซอนไม่เคยการันตีความเร็ว ยิ่งอเมซอนต้องเป็นคนจ่ายค่าเน็ตโรมมิ่งแล้ว ไม่มีทางเลยที่อเมซอนจะให้คุณใช้ที่จะสัมผัสความเร็วระดับ Mbps ส่วนใหญ่จะได้ไม่เกิน 10-15 kByte/sec หรืออย่างเก่งไม่เกิน 100 kbps

แต่อย่างไรก็ตาม เอาเป็นว่า 3G/2G มันเร็วพอที่จะใช้อัพเดทสถานะบน Facebook, Twitter, อ่านเนื้อหาทั่วๆไปบนเน็ต แต่ไม่พอจะมานั่งโหลดอะไรได้

แต่ถ้าเชื่อมต่อผ่าน WiFi อาจจะเสียเงินครับ เพราะตัวอเมซอนไม่ทำสัญญาอะไรกับผู้ให้บริการแต่ละพื้นที่ ดังนั้นก็ต้องดูว่าผู้ให้บริการตรงนั้นคิดค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อ WiFi ของเค้ารึเปล่า เช่น True WiFi, StarBucks เป็นต้น ไม่เกี่ยวกับอเมซอน

Q: ทำไมไม่เห็นใช้งานเน็ตไม่ได้ สัญญาณก็มี ต้องทำอะไรก่อนรึเปล่า
A: ถ้าแน่ใจว่าสัญญาณมี สิ่งหนึ่งที่ต้องตรวจสอบคือ จะใช้งาน 3G/EDGE/GPRS จะต้องทำการลงทะเบียนเครื่องก่อน

Q: ทำไมบอกว่าที่เมืองไทยคินเดิลสามารถใช้สัญญาณ 3G ได้ แต่ทำไมผมเห็นแต่ EDGE/GRPS นี่มันหลอกลวงกันรึเปล่า?
A: คินเดิลเลือกจับสัญญาณที่แรงที่สุด โดยเลือกเอาระหว่างผู้ให้บริการมือถือด้วยกัน เพื่อเป็นการประหยัดพลังงานของคินเดิล เช่นเดียวกับมือถือ ถ้าคุณไปในที่สัญญาณอ่อนๆ อุปกรณ์จะต้องส่งสัญญาณแรงขึ้น เพื่อชดเชยระยะทาง

ระหว่างการใช้งาน เครื่องอาจจะมีการสลับไปใช้สัญญาณที่แรงกว่าได้เอง

แต่ถ้าคุณต้องการบังคับ (ซึ่งไม่ค่อยแนะนำ) ก็สามารถทำได้ โดยไปที่หน้า Settings แล้วกด 311 (Alt-E, Alt-Q, Alt-Q) สักครู่เครื่องจะแสดงรายชื่อผู้บริการมือถือที่มีสัญญาณ ก็เลือกเอาตามชอบใจ หรือจะเลือกตัวเลือกแรก ที่จะให้เครื่องเลือกผู้ให้บริการอย่างอัตโนมัติขึ้นกับความแรงสัญญาณก็ได้

ปล. แม้ว่าคุณจะได้ชื่อว่าใช้สัญญาณ 3G ก็ไม่ได้หมายว่าคุณจะได้ความเร็วของเน็ตระดับ Mbps นะครับ เพราะคินเดิลไม่ได้รับประกันคุณภาพการให้บริการเอาไว้ และถึงแม้คุณไม่ได้จ่ายเงินเองโดยตรง แต่อันที่จริงอเมซอนเป็นคนรับผิดชอบเรื่องเน็ตโรมมิ่งกับผู้ให้บริการมือถือ หลายๆประเทศทั่วโลก ดังนั้นคงไม่เป็นการดีแน่ที่อเมซอนจะให้ใช้งานที่ความเร็วสูง ที่เมืองไทย เท่าที่เคยวัดเอง ส่วนใหญ่ที่ได้จะอยู่ระดับ 10-15kbps เรียกว่าถึง 100kbps นี่ก็หรูแล้วล่ะครับ

Q: เราสามารถเอาคินเดิลมาแชร์เน็ตให้กับ PC/Laptop ได้หรือไม่ (ทำ tethering)?
A: ไม่ได้: ตัวซอฟท์แวร์ของคินเดิลไม่สามารถทำได้ และถึงจะมีคนพยายามทำซอฟท์แวร์ให้ใช้ได้ ก็ไม่คุ้ม เพราะตาม User License Agreement ตัวอเมซอนเองมีสิทธิ์ที่จับเครื่องเราเข้าแบล็คลิสต์และทำการบล็อคเครื่อง คินเดิลไม่ให้เชื่อมต่อ 3G/2G ได้อย่างถาวร

Q: จะซื้อคินเดิลมาเพื่อเล่น Flash, เล่นเกมส์บน Facebook, เล่นหุ้น, พิมพ์งาน ฯลฯ ได้ไหม?
A: เว็บเบราเซอร์ของคินเดิล ไม่รองรับ Flash, ActiveX, Silverlight, Java Applet ครับ ดังนั้นจะซื้อมาเพื่อปลูกผัก, เปิดร้านอาหาร, เป็นเจ้าพ่อ, หรือเอามาดูหุ้น ไม่ได้ครับ

Q: ไม่ชอบคีย์บอร์ดที่ให้มาเลย พิมพ์ไทยก็ไม่ได้ แชทไม่มันส์ จะไปหาคีย์บอร์ดมาต่อเองได้รึไม่
A: สั้นๆ: ไม่ได้ครับ คินเดิลถึงแม้จะใช้หัวต่อ USB มาตรฐานแบบ micro-B USB แต่ตัวซอฟท์แวร์คินเดิลเองไม่ทำงานเป็น Host ดังนั้นถึงแม้จะเสียบด้วยกัน แต่คินเดิลจะไม่รับปุ่มที่บนคีย์บอร์ดเลยครับ

ยิ่งไปกว่านั้น คินเดิลปัจจุบันไม่สามารถพิมพ์ภาษาไทยครับ

ปล. ถ้าคินเดิลออกแบบให้บริโภคเนื้อหามากกว่าสร้างเนื้อหา ดังนั้น ถ้าคุณต้องการแบบนี้ อาจจะพิจารณาซื้อ laptop จะเหมาะสมกว่า

Q: เครื่องเสีย จอแตก ปุ่มชำรุด ฯลฯ จะต้องทำอย่างไร?
A: ปรกติแล้ว Amazon จะไม่มีการรับซ่อม Kindle แต่จะเปลี่ยนเครื่องให้ลูกค้า หากการชำรุดนั้นอยู่ภายใต้เงื่อนไขประกัน การแจ้งเพื่อเคลมเครื่องให้ใช้วิธีดังต่อไปนี้

ขั้นตอนการเคลมสินค้าโดยย่อ

1. หากยังไม่ได้ register ให้ register เครื่องคินเดิล กับ Amazon account ของคุณ
2. ใส่หมายเลขบัตรเครดิตของคุณใน Your Account > Payment method > Add credit card
3. คลิกที่ลิงค์นี้ http://www.amazon.com/kindlesupport แล้วคลิกที่ปุ่ม 'Contact Us' ทางด้านขวามือ เพื่ออีเมล์หา Customer Support
4. หลังจากทำการ log-in แล้วให้เลือก 'Frozen / defective / damaged Kindle' จากเมนู โดยไม่จำเป็นต้องใส่ Order Number
5. แจ้งอาการของเครื่อง และหมายเลข Serial Number ถ้าเป็นไปได้ให้แนบลิงค์เพื่อดูภาพถ่ายอาการเสีย (เช่นหน้าจอชำรุด) ไปด้วย
6. คุณจะได้รับอีเมล์ตอบกลับเพื่อให้โทรไปแจ้งเคลม สามารถโทรไปได้ตลอด 24 ชั่วโมง
7. เมื่อโทรไปแล้ว ก่อนอื่นเจ้าหน้าที่จะถาม email ที่คุณใช้กับ Account ของคุณ จากนั้นให้แจ้งอาการเสียกับเจ้าหน้าที่
8. เจ้าหน้าที่จะเข้าดูข้อมูลการแจ้งเคลมที่คุณได้ส่งไปทางอีเมล์ จากนั้นหากพบว่าเครื่องเสียจริง เขาอาจแนะนำให้ทดลองวิธีแก้ปัญหาพื้นฐานบางอย่าง ซึ่งโดยปรกติจะให้ทำการรีสตาร์ตเครื่อง 1 ครั้ง
9. ให้ทำตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ ถ้าอาการยังไม่หาย ก็แจ้งเข้าไปว่าวิธีที่แนะนำนั้นไม่ได้ผล
10. ในขั้นตอนนี้ ถ้าเครื่องยังอยู่ในประกัน และอาการเสียนั้นสามารถเคลมได้ตามเงื่อนไขประกัน เขาจะเริ่มดำเนินการเคลมให้
11. เจ้าหน้าที่จะถามให้ยืนยันที่อยู่ และหมายเลขบัตรเครดิต (หมายเลขบัตรเครดิตจะใช้เพื่อการ charge และ refund ระหว่างขั้นตอนการเคลม)
12. เมื่อดำเนินการแจ้งเคลมเสร็จเรียบร้อย เจ้าหน้าที่จะแจ้งเราว่าได้ดำเนินการทำ replacement ให้แล้ว
13. หลังจากนั้นภายใน 24 ชม. คุณจะได้รับอีเมล์ยืนยันการเคลมสินค้า พร้อมกับอธิบายวิธีคืนสินค้าและที่อยู่ที่ใช้จัดส่งเครื่องคืน
14. เครื่องทดแทน จะถูกส่งมาถึงมือคุณภายใน 3-5 วัน
15. เมื่อได้รับเครื่องใหม่แล้ว ให้คุณส่งเครื่องที่ชำรุดกลับไปทาง EMS
16. หลังจากส่งเครื่องคืนแล้ว ให้อีเมล์ หมายเลข EMS และค่าส่งโดยประมาณเป็น US Dollar ไปตาม email address ที่ Amazon ส่งมาให้คุณหลังแจ้งเคลมเครื่องทางโทรศัพท์
17. ภายใน 1 สัปดาห์ Amazon จะคืนเงินค่าส่งกลับมาให้คุณผ่านทางบัตรเครดิตของคุณ